ทำไมเราถึงต้องไอ?
เพื่อนๆ หลายคนคงเคยสงสัยว่า ทำไมในบางครั้งที่เราสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ มีฝุ่น มีควัน มีกลิ่นแรง หรือรู้สึกระคายคอ เราถึงมักจะไอเสมอ ฉะนั้นเราจะขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักอาการไอว่าเป็นอย่างไรและอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอ

อาการไอจัดเป็นกลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจทางหนึ่ง จะเกิดขึ้นเมื่อระบบกรองอากาศซึ่งจัดเป็นระบบป้องกันสิ่งแปลกปลอมด่านแรกของ ทางเดินหายใจมีอาการระคายเคือง อักเสบ หรือการขับเสมหะและสิ่งแปลกปลอมล้มเหลว



และเมื่อทางเดินหายใจได้รับสิ่งแปลกปลอมที่มีอันตรายสูงในปริมาณมากหรือได้ รับต่อเนื่องเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดการอักเสบในทางเดินหายใจ กระตุ้นให้ทางเดินหายใจหลั่งเมือกที่ผิดปกติ มีปริมาณมากขึ้นหรือหนืดข้น ทำให้กระบวนการกวาดไล่เสมหะโดยขนเล็กๆ ล้มเหลวจนเกิดการคั่งค้างของเสมหะในทางเดินหายใจ ร่างกายจึงกระตุ้นให้กลไกการไอทำงานแทนเพื่อให้มีแรงดันขับเสมหะออกได้เร็ว ขึ้น




โดยทั่วไปอาการไอแบ่งออกเป็น

ไอเฉียบพลัน มีอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์ สาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบน เช่น อาการหวัดแบบธรรมดาทั่วไป ก่อให้เกิดอาการไอได้เนื่องจากมีน้ำมูกไหลลงคอ และเกิดอาการอักเสบ บวมในทางเดินหายใจแล้วกระตุ้นให้เกิดอาการไอ

ไอเฉียบพลันกึ่งเรื้อรัง มีอาการไอต่อเนื่อง 3-8 สัปดาห์ สาเหตุหลัก คือ อาการไอหลังจากการติดเชื้อ (โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสหวัด), ไซนัสอักเสบ โดยอาการไอเกิดเนื่องจากมีการอักเสบในทางเดินหายใจ, มีน้ำมูกไหลลงคอ, มีเสมหะคั่งค้างในทางเดินหายใจจากการสร้างสารคัดหลั่งมากเกินไป และกระบวนการกวาดไล่เสมหะในทางเดินหายใจล้มเหลว, มีภาวะหลอดลมไวต่อการถูกกระตุ้นมากเกินปกติ

ไอเรื้อรัง มีอาการไอต่อเนื่องมากกว่า 8 สัปดาห์ มักเกิดจาก 4 สาเหตุหลัก คือ โรคในทางเดินหายใจส่วนบน, หอบหืด, หลอดลมอักเสบที่ไม่สัมพันธ์กับโรคหอบหืด และโรคกรดไหลย้อน สำหรับสาเหตุอื่นๆ ที่พบได้เช่น วัณโรคปอด, มะเร็งปอด เป็นต้น

ทำอย่างไรอาการถึงจะดีขึ้น...

ใส่ใจดูแลสุขภาพตามความเหมาะสมในแต่ละโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น ไอจากการสูบบุหรี่ควรงดสูบบุหรี่, ไอจากหวัดควรพักผ่อน และดื่มน้ำมากๆ เป็นต้น

สำหรับอาการไอเรื้อรัง(มากกว่า 8สัปดาห์) ควรตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ เพื่อรับการรักษาให้ตรงตามโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น ไอเนื่องจากภาวะกรดไหลย้อน ต้องได้รับการรักษาภาวะกรดไหลย้อนร่วมด้วย เป็นต้น

การเลือกใช้ยาบรรเทาอาการไอควรเลือกใช้ให้ตรงตามสาเหตุการเกิดอาการไอ เช่น
อาการไอเฉียบพลันที่เกิดเนื่องจากแพ้อากาศ มีน้ำมูกไหลลงคอ ให้การรักษาด้วยยาลดน้ำมูก(แนะนำชนิดรับประทานแล้วง่วงนอน) ร่วมกับยาลดอาการคัดจมูกเป็นหลักและอาจใช้ร่วมกับการรับประทานยาแก้ไอทั่วไป เพื่อบรรเทาอาการไอ

อาการไอกึ่งเฉียบพลัน หรือไอเรื้อรังจากโรคที่เป็นสาเหตุต่างๆ เช่น ไอเนื่องจากการติดเชื้อ, ไอจากการสูบบุหรี่, ไซนัสอักเสบ, หอบหืด, ถุงลมโป่งพอง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง มักมีการอักเสบในทางเดินหายใจ ปอด และหลอดลมร่วมด้วย การรับประทานยาแก้ไอทั่วไปจึงไม่ค่อยเห็นผล ควรเลือกยาแก้ไอ ขับเสมหะที่มีคุณสมบัติลดอาการอักเสบของปอด และหลอดลมจะช่วยรักษาอาการไอให้ดีขึ้นได้

หมายเหต: การใช้ยารักษาอาการไอในเด็กมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ ควรปรึกษาแพทย์

ลงเมื่อ 14 พ.ค. 2553
« previous     next »     close x